2010/Jun/19

เช้าวันพุธที่ชุลมุนไปด้วยผู้คนมากมายในเวลารีบเร่ง เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางของแต่ละคน ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่รีบมากเพราะว่าเกือบจะสายมากแล้วถ้าไปช้ากว่านี้มีหวังไม่ทันรถบริการแน่ๆ

ขณะที่เข้าไปในรถไฟฟ้า BTS และหาที่นั่งได้แล้ว(บังเอิญอยู่ต้นแถว มิได้แย่งใครแต่อย่างได้ฮ่ะ) รถวิ่งไปซักระยะหนึ่ง ก็มีเสียงอะไรซักอย่างตกกระทบพื้น (เสียงก็ประมาณพอให้รู้สึกได้ว่าอะไรหล่น) แต่ก็ไม่เห็นว่าอะไรหล่นเพราะผู้คนค่อนข้างแน่นจริงๆ (ให้ตายสิ)

ในฐานะที่ฉันนั่งอยู่ก็นึกสงสัยในใจว่า "มันคืออะไรฟะ" สายตาเริ่มสำรวจหาเจ้าของเสียง หาอยู่พักก็ไม่เจอ(ว่าจะเลิกหา) ก็เลิกหาจริงๆ  ขี้เกียจแล้วงะ  อิอิ

 พอรถมาถึงสถานีสยาม ขณะที่คนกำลังทยอยเดินออก ตอนนั้นฉันนั่งก้มหน้าและลืมตาพอดี(แอบหลับไปนิด.ด.) ก็เห็นขายาวๆ กำลังเขี่ยก้อนอะไรอยู่ ฉันมองตามแล้วก็คิดตาม "นั่นมันอารายฟะ ก่อนสี่เหลี่ยนสีออกเทาๆ มองรอบๆ มีอยู่ 2 อัน แล้วก็น๊อตอีกตัวก็เลยมองเตลิดไปรอบๆ ก็ไม่เจอว่ามันเป็นชิ้นส่วนของอะไร  พอมองขึ้น อ่อเห็นเลย มันคือมือจับราว มันขาดออกจากกัน สุดยอด.. ที่แท้มันคือที่จับที่อยู่บนหัวนั่นเอง สิ่งที่นั่งสงสัยมาตลอดทาง โธ่ถัง"

แต่ที่ฉันสะดุดมากกว่านั้นคือเจ้าของขาที่ช่วยเขี่ยเศษวัสดุมารวมๆ ไว้ไม่ให้ผู้คนเดินเหยียบไปมา ให้เกิดอันตรายต่อเท้าได้ เขาเป็น "ฝรั่ง"

"ฝรั่ง" คนเดียว ท่ามกลาง คนไทยเป็นสิบที่ไม่สนใจในความปลอดภัยเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ระมัดระวัง

 เห็นแล้วรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็อดที่จะชื่นชมในใจไม่ได้ นี่ถ้าฉันกล้าพูดกับเขา ฉันก็อยากจะเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือในเรื่องที่เรามองข้ามกันไป

นี่แหละหนา... ความมีระเบียบวินัยหรือเปล่าที่เราขาดกันไป, ความระมัดระวังในการใช้ชีวิตหรือเปล่าที่เราขาดไป อยากให้รัฐบาลสนับสนุนแบบจริงจังในเรื่องพวกนี้ให้มากเท่ากับสนันสนุนพัฒนาด้านการศึกษาและอื่นๆ อีกมากมาย จังเลยอะ